วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558

สื่อ


แนวคิดเกี่ยวกับสื่อ

ความหมายของสื่อ

            พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของสื่อว่า สื่อ หมายถึง ติดต่อให้ถึงกัน เช่น สื่อความหมาย, ชักนำให้รู้จักกัน สื่อ (นาม) หมายถึง ผู้หรือสิ่งที่ติดต่อให้ถึงกันหรือชักนำให้รู้จักกัน เช่น เขาใช้จดหมายเป็นสื่อติดต่อกัน ฯลฯ
            พรจิต  สมบัติพานิช (2547: 4) ให้ความหมายว่า สื่อ คือ เป็นช่องทางการสื่อสารที่นำเสนอเนื้อหาของสารไม่ว่าจะเป็นข่าว ข้อมูลบันเทิงหรือโฆษณาไปสู่ผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยี นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสื่อที่พัฒนาให้ดีขึ้น
            ทัศนา สุดใจ (อ้างใน https://www.l3nr.org/posts/260089) ได้ให้ความของสื่อว่า สื่อ หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เป็นตัวกลางที่ผู้เลี้ยงดูเด็กนำมาช่วยใน การถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ ค่านิยม หรือทักษะที่ ตนมีไปสู่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเด็กเกิดการเรียนรู้ตาม จุดมุ่งหมายได้ดีที่สุด
            Heinich และคณะ (1996)  Heinich เป็นศาสตราจารย์ภาควิชาเทคโนโลยีระบบการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยอินเดียน่า (Indiana University) ให้คำจำกัดความคำว่า "media" ไว้ดังนี้ "Media is a channel of communication." ซึ่งสรุปความเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ "สื่อ คือช่องทางในการติดต่อสื่อสาร" Heinich และคณะยังได้ขยายความเพิ่มเติมอีกว่า "media มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน มีความหมายว่า ระหว่าง (between) หมายถึง อะไรก็ตามซึ่งทำการบรรทุกหรือนำพาข้อมูลหรือสารสนเทศ สื่อเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างแหล่งกำเนิดสารกับผู้รับสาร
            A. J. Romiszowski (1992) ศาสตราจารย์ ทางด้านการออกแบบ การพัฒนา และการประเมินผลสื่อการเรียนการสอน ของมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ (Syracuse University) ให้คำจำกัดความคำว่า "media" ไว้ดังนี้ "the carriers of messages, from some transmitting source (which may be a human being or an inanimate object) to the receiver of the message (which in our case is the learner)" ซึ่งสรุปความเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ "ตัวนำสารจากแหล่งกำเนิดของการสื่อสาร (ซึ่งอาจจะเป็นมนุษย์ หรือวัตถุที่ไม่มีชีวิต ) ไปยังผู้รับสาร (ซึ่งในกรณีของการเรียนการสอนก็คือ ผู้เรียน)"
            จากความหมายข้างต้นสรุปได้ว่า  สื่อ หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่เป็นตัวกลางระหว่างข้อมูลเริ่มต้นของสารกับผู้รับสาร เป็นสิ่งที่นำพาสารจากแหล่งเริ่มต้นไปยังผู้รับสาร เพื่อให้เกิดผลติดต่อให้ถึงกันในสิ่งต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
ความสำคัญของสื่อ
            ทัศนา สุดใจ (อ้างใน https://www.l3nr.org/posts/260089) ได้กล่าวเกี่ยวกับความสำคัญของสื่อไว้ดังนี้
            1. เป็นเครื่องมือส่งเสริมเด็กให้กล้าแสดงออกและเกิดการเรียนรู้ อย่างมีประสิทธิภาพ
            2. เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ ค่า นิยม หรือทักษะของผู้สอนไปสู่
ผู้เรียน
            3. เป็นเครื่องมือเร้าความสนใจของเด็ก ให้ติดตามเรื่องราวด้วย ความสนใจ และไม่เกิดความรู้สึกว่าเป็นการเรียน
            4. เป็นเครื่องมือทำสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และผู้เรียน ได้รับประสบการณ์ตรงทำให้จำได้นาน
            เทวิน ศรีดาโคตร (อ้างใน เอ็ดการ์ เด็ล http://www.lib.ubu.ac.th/techno/Down%20Load/bod39.pdf) ได้กล่าวสรุปถึงความสำคัญของสื่อ ดังนี้
            1. สื่อการสอน ช่วยสร้างรากฐานที่เป็นรูปธรรมขึ้นในความคิดของผู้เรียน การฟังเพียงอย่างเดียวนั้น ผู้เรียนจะต้องใช้จินตนาการเข้าช่วยด้วย เพื่อให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นในความคิด แต่สำหรับสิ่งที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้เรียนย่อมไม่มีความสามารถจะทำได้ การใช้อุปกรณ์เข้าช่วยจะทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและสร้างรูปธรรมขึ้นในใจ ได้
            2. สื่อการสอน ช่วยเร้าความสนใจของผู้เรียน เพราะผู้เรียนสามารถใช้ประสาทสัมผัสได้ด้วยตา หู และการเคลื่อนไหว จับต้องได้แทนการฟังหรือดูเพียงอย่างเดียว
            3. เป็นรากฐานในการพัฒนาการเรียนรู้และช่วยความทรงจำอย่างถาวร ผู้เรียนจะสามารถนำประสบการณ์เดิมไปสัมพันธ์กับประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้ เมื่อมีพื้นฐานประสบการณ์เดิมที่ดีอยู่แล้ว
            4. ช่วยให้ผู้เรียนได้มีพัฒนาการทางความคิด ซึ่งต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้เห็นความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับ สิ่งต่าง ๆ เช่น เวลา สถานที่ วัฏจักรของสิ่งมีชีวิต
            5. ช่วยเพิ่มทักษะในการอ่านและเสริมสร้างความเข้าใจในความหมายของคำใหม่ ๆ ให้มากขึ้น ผู้
เรียนที่อ่านหนังสือช้า ก็จะสามารถอ่านได้ทันพวกที่อ่านเร็วได้ เพราะได้ยินเสียงและได้เห็นภาพประกอบกัน
            จากนักการศึกษาได้กล่าวเกี่ยวกับความสำคัญของสื่อสรุปได้ว่า สื่อเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ของสังคม โดยเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ ค่า นิยม หรือทักษะของผู้สอนไปสู่ผู้เรียน และช่วยให้เกิดสร้างรากฐานที่เป็นรูปธรรม ความสนใจ ความเข้าใจและพัฒนาการเรียนรู้ขึ้นในความคิดของผู้เรียน เพื่อให้สามารถพัฒนาการเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของสื่อ
            โรงเรียนสุราษฎร์ธานี และคณะ (2549) ได้กล่าวเกี่ยวกับประเภทของสื่อ ดังนี้
สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ
            1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ
            2. สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น
            3. สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่
                         3.1 บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น
                        3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น
                        3.3 กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริม ประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น
                        3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ์ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น
            กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ (อ้างใน https://www.gotoknow.org/posts/383263) ได้กล่าวเกี่ยวกับประเภทของสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ตามลักษณะของสื่อที่นำไปใช้มี ๕ ประเภท ดังนี้
1. สื่อสิ่งพิมพ์  เป็นสื่อที่ใช้ระบบการพิมพ์ เช่น  หนังสือการเรียน  คู่มือหนังสือเสริมประสบการณ์  ใบความรู้  ใบงาน  แผ่นพับ  แผ่นภาพ  แบบฝึก  วารสารวิชาการ  นิตยสาร  จุลสาร ฯลฯ
2. สื่อวัสดุอุปกรณ์ เป็นสื่อสิ่งของต่างๆ เช่น ของจริง หุ่นจำลอง  แผนภูมิ  แผนที่  ตาราง  สถิติ  กราฟ ฯลฯ
3. สื่อโสตทัศนูปกรณ์  เป็นสื่อที่นำเสนอด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ภาพเลื่อน (Slide)  แถบเสียง  คอมพิวเตอร์  อาทิ คอมพิวเตอร์ช่วยสอนอิเล็กทรอนิกส์  และสื่อผสม ฯลฯ
4. สื่อกิจกรรม เป็นสื่อประเภทวิธีการที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติ   ฝึกทักษะ  ซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด  การปฏิบัติ  การเผชิญสถานการณ์  และการประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน  เช่น  เกม  เพลง บทบาทสมมุติ  การสาธิตสถานการณ์จำลอง  การแสดงละครออการจัดนิทรรศการและแสดงผลงานทัศนศึกษา การทำโครงงาน ฯลฯ
5. สื่อบริบท  เป็นสื่อที่ส่งเสริมการเรียนการสอน ได้แก่  สภาพแวดล้อมและสภาวการณ์ต่างๆ เช่น  ห้องเรียน  ห้องปฏิบัติการ  แหล่งวิทยบริการ  หรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ  อาทิ  บุคคล  ห้องสมุด ชุมชน  สังคม  วัฒนธรรม  เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
            จากที่ได้กล่าวเกี่ยวกับประเภทของสื่อสรุปได้ว่า  ประเภทของสื่อสามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
            1. วัสดุ (Software or Materials) ได้แก่ สื่อที่มีขนาดเล็กๆ ทั้งหลาย บางครั้งสามารถทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง เช่น หนังสือเรียน หรือตำรา ของจริง ลูกโลก รูปภาพ ป้ายนิเทศ เป็นต้น บางครั้งก็อาศัยสื่อใหญ่พวก Hardware สำหรับนำเสนอ เช่น แผ่นสไดล์ ฟิล์มภาพยนตร์ ม้วนเทปบันทึกเสียง ฯลฯ
            2. อุปกรณ์ (Hardware or Equipment) เป็นสื่อที่ประกอบด้วยกลไกไฟฟ้า และอิเลคทรอนิกส์ เช่น เครื่องฉายทั้งหลาย อันมีเครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องฉายสไลด์ และฟิล์มสตริป เครื่องฉายภาพโปร่งใส เครื่องรับโทรทัศน์และวิทยุ เครื่องเล่นจานเสียง และเครื่องบันทึกเสียง ตลอดจนเครื่องสอนและคอมพิวเตอร์
            3. วิธีการ (Technique or Method) เป็นการสื่อสารหรือการถ่ายทอดประสบการณ์ บางครั้งไม่อาจทำได้ด้วยการใช้เพียงวัสดุ หรือเครื่องมือ แต่จะต้องใช้ขบวนการ กิจกรรม  สถานการณ์หรือการแสดงกรรมวิธี คือใช้วัสดุ เครื่องมือ และวิธีการไปด้วยกัน แต่เน้นและย้ำที่ เทคนิคหรือวิธีการเป็นสำคัญ เช่น ครูที่ต้องการสอนวิธีการตอนต้นไม้ ครูต้องอาศัยไม่เพียงต้นไม้ มีด แผนภูมิขั้นตอนในการทำ แต่ครูจะต้องใช้เทคนิคของการสาธิตให้เห็นวิธีการที่ถูกต้องในการตอน ตั้งแต่ต้นจนจบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น